Thanet's profileFiboKnackyPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 20

    หนึ่งปีที่ผ่านพ้น

    ความจริงจะอัพนานแล้ว ก็ไม่ว่างซะที
    หีวข้อวันนี้ก็คือ หนึ่งปีที่ผ่านพ้นไป กับสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายตลอด 1 ปีที่ผ่าน

    สิ่งที่ได้ทำไปในตลอดปี 3 ที่ผ่าน ที่ประมวลๆ ได้ก็มีคร่าวๆ คือ
    1. เยาวชนโครงการ jstp รุ่นที่ 8 จริงๆ ก็เคยเป็นแล้วในรุ่นที่ 4 ตอนม.ห้า แต่เนื่องจากไม่สำเร็จตามเป้า ก็เลยเข้ามาอีกครั้ง สำหรับคนไม่รุ้จัก โครงการนี้ก็คือการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ภายใน ประมาณปีนึง แล้วมานำเสนอ กรรมการจะคัดเลือกเยาวชนที่มีความพร้อม ให้เป็นเยาวชนในโครงการระยะยาวต่อไป ผู้ได้รับการสนับสนุนก็จะได้ทุนเรียนจนจบป.เอก(ในไทย) และมีค่าวิจัยต่างๆ อีกด้วย เนื่องจากรุ่นที่ 4 ไม่ได้รับการคัดเลือกเป็นระยะยาว ก็เลยลองเข้าปีนี้อีกรอบ ซึ่งก็ได้ไปทำโปรเจคที่ BIOTEC สวทช.นั่นเอง

    2. ประธานชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชื่อก็คงบอกอยู่แล้ว งานหนักก็คือการบริหารชมรม ให้มีกิจกรรมตรงตามเป้าหมาย แล้วก็ต้องคอยดูแลคนในชมรมอีกด้วย ซึ่งปัญหาก็มีอยู่เยอะแยะ เนื่องจากมาจากคนละคณะ นิสัยคนละแบบ แถมบางคนก็คุยด้วยเหตุผลแบบตรงๆ ไม่ได้ ต้องอ้อมๆ เล็กน้อย (ยิ่งกว่าทำโจทย์เลขอีก) ซึ่งชีวิตครึ่งหนึ่งของปีที่ผ่าน ก็จมไปกับชมรมมากทีเดียว

    3. Microsoft Student Ambassador อันนี้ ตามที่ microsoft หวังไว้ก็คือการช่วยให้ทางสถาบันที่เรียน crazy ผลิตภัณฑ์เค้าให้มากสุด โดยการทำยังไงก็ได้ เช่นจัด event หรือ สัมมนา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร นอกจากประชาสัมพันธ์ให้เค้าเฉยๆ เนื่องจากความพร้อมทางความรู้เราก็ไม่มากนัก แล้วก็ยังเจอ งานสองอย่างด้านบน ก็เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็ได้ส่งทอดความเป็นทายาทอสูร ให้น้องชาคริต แห่งสาขาคอมฯ ของเราไปแล้ว (ใจจริงอยากร่วม และช่วยเค้ามากกว่านี้ ถ้ามีเวลา)

    4. รองฝ่ายทรัพยากรบุคคล สโมสรนิสิตคณะวิทยาศาสตร์ หน้าที่นี้ เราแทบไม่ได้ทำ (จริงๆ ยังไม่รุ้ว่า หน้าที่นี้เค้าให้มีไว้ทำหยัง) สิ่งที่ได้ทำเป็นชิ้นเป็นอันที่สุด ก็คงแค่ตอนต้นเทอม คือ การแบ่งกรุ๊ปให้น้องๆ ปีหนึ่ง งานอื่นของสโมฯ ร่วมเท่าที่เวลาเอื้อ แล้วก็ มีกำลังจะไป ประชุมก็ไม่เคยเข้า (ก็ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าแต่แรก เหอๆ) ปกติก็ร่วมงานสโมฯ ที่อยากร่วมอยู่แล้วนะ เพระาอยากมาดูน้องๆ หน้าใหม่ๆ (ปกติน้อง ไม่ค่อยรุ้จักเราเยอะ ยกเว้นจากชมรม หรือมี event อื่นใดให้รุ้จัก) เห็นเด็กๆ แล้วก็คิดถึงตอนตัวเองปีหนึ่งทุกที เหอๆ

    5. นิสิตคณะวิทยาฯ อันนี้ก็สำคัญนะ การทำหน้าที่นี้ หมายถึงการทุ่มเทเวลาเรียนหนังสือให้ดี ทำผลการเรียนให้ดี ใครว่าเกรดเป็นแค่ตัวเลข เราไม่สน มันก็สำคัญอยู่ดีอ่ะ (อย่างน้อยสำหรับตอนนี้ ในสังคมนี้) ถ้าให้เลือก เราก็เชื่อว่า ใครก็อยากได้เกรดสูงๆ มากกว่าต่ำๆ ใช่ไม๊ล่ะ แต่พอ weight กับความยากลำบาก หรือการได้มาซึ่งเกรด บางคนก็เลย ขี้เกียจเอาเกรดสูงๆ แค่นั้นเอง

    6. นิสิตในโครงการนำร่องเพื่อผลิตบัณฑิตทางวิทย์และเทคโนฯจากผู้มีความสามารถพิเศษ ภาคฤดูร้อน ก็คือการฝึกงานอ่ะแหล่ะ จริงๆ ไม่มีอะไรมาก ก็เหมือนไปทำงานกับ อ.พี่เลี้ยงคนเดิมที่ biotec นั่นเอง ได้วันละ 200 บาท

    โดยคร่าวๆ ก้อมีประมาณนี้ละมั้ง

    ล่าสุด สิ่งที่ได้มาก็มีดังนี้
    1.ได้รับการสนับสนุนระยะยาวจากโครงการ jstp แปลว่าอย่างน้อย ถ้าเราเรียนป.โท ป.เอกในไทย ก็มีทุนให้เรียน ไม่ต้องขอพ่อแม่แล้ว
    2.ได้รับการสนับสนุนทุนสนับสนุนโครงการปริญญานิพนธ์ (senior project) จากโครงการนำร่องฯ ที่กล่าวไว้ด้านบน ก็คือเค้าจะให้ส่ง proposal ไปขอทุนนั่นเอง ซึ่งก็ได้ ทุนมาเรียบร้อย พร้อมๆ กับ jstp เลย
    3.โล่ความสามารถทางด้านการเรียนดีเด่น จากจุฬาฯ ประจำคณะวิทยาศาสตร์ ของปี 2548
    4.โล่และเกียรติบัตร นักกิจกรรมดีเด่นของมหาวิทยาลัย ประจำปี 2548 จากการดำรงตำแหน่งประธานชมรม
    5.โล่ชมรมดีเด่น อันนี้เป็นส่วนรวม แต่เราก็เป็นคนส่งผลงานชมรมไปขอเอง
    6.โครงการดีเด่น (เป็นของชมรม) ก็เป็นโครงการที่ส่งโดยชมรมไปขอเช่นกัน
    7.โล่อันดับหนึ่งภาควิชาคณิตศาสตร์ อันนี้แอบไปแย่งใครเขามา อิอิ ความจริง ชื่อเป็นคณิตศาสตร์ แต่เด็ก math ดันไม่ได้โล่นี้
    8.สลากออมสิน 1 พัน (คาดว่าเป็นงั้น) จากการได้อันดับหนึ่งสาขาวิทยาการคอมฯ ประจำปี
    9.ของขวัญ จากอ.ที่ปรึกษาชมรม เป็นหนังสือธรรมะเล่มเล็ก 1 เล่มและหนังสือพระอัจฉริยภาพในหลวง พร้อม คำอวยพรสั้นๆ ใจความว่า
    ขอแสดงความยินดีกับน้องแน็ค "super นิสิต"

    ดูคำชมแล้วน่าใจหาย เหอๆ ไม่เคยมีใครชมเราออกหน้าขนาดนี้ แต่เพราะพี่เค้า (เรียกว่าพี่ เพราะเป็นพี่เก่า) เอ็นดูเราจริงๆ ก็เลยยกยอซะขนาดนั้น
    ฟังดูเหมือน superman (ไม่ใช่อมนุษย์นะ)

    จากเหตุการณ์ทั้งหมด และสิ่งที่ได้มา สรุปแล้วคงไม่ใช่เรื่องรางวัล ทรัพย์สินสมบัติที่ได้ แต่คงเป็นความภาคภูมิใจมากกว่า ว่าสิ่งที่เราได้ทุ่มเท กายใจ
    แล้วก็ ใช้หัวคิด รวมถึงที่เราเครียดหลายๆ รอบ ตลอดปี มันไม่สูญเปล่าแล้ว
    มันคงเป็นความสำเร็จเล็กๆ ในบรรดาสามสี่ปีที่ผ่านมา หลังจากไม่ได้ แข่งขันอะไรกับใคร ในเวทีสาธารณะมานาน จริงๆ ก็ชินกับการแข่งขันตลอดเวลาแบบตอนม.ปลายมากกว่า มันน่าตื่นเต้น แล้วก็ได้พบเพื่อนใหม่ๆ และคุ้นเคยกันในวงการตลอด
    มีคนเตือนว่า ได้ดีแล้วก็ อย่าดีใจเกินไป ต้องเตรียมใจเผื่อไว้สำหรับอนาคต เราอาจจะไม่ได้สำเร็จเสมอไปมันก็คงจริง แต่จริงๆ ในอดีตก็มีสิ่งที่เราหวังมากมาย และพลาดมานักต่อนักแล้ว ถ้าจะว่ารุ้ว่าความรุ้สึกแบบนั้นเป็นยังไงก็คงจะใช่ สิ่งสำคัญที่คิดได้ก็คือ น่าจะทำอะไรให้พอดีตัว และวางแผนดีๆ โอกาสสำเร็จในสิ่งที่เราหวังก็คงมีมากขึ้นนั่นเอง

    (หวังว่าคงไม่มีใครหมั่นไส้นะ อาจจะคิดว่าได้แค่นี้ ทำเป็นโชว์ จริงๆ ตั้งใจ list ออกมาเล่นๆ มากกว่า นานๆ จะ post เป็นสาระสักที 55)