Thanet's profileFiboKnackyPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 29 การฝึกงานกับการทัวร์ 4 มหาลัยขออัพเดท เรื่องการไป ตะลอน 4 มหาลัยหน่อย
ฝึกงานสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น
ได้ทำอะไรหลายอย่างทีเดียว
เริ่มจากวันจันทร์
วันนี้ก็ไปฝึกงานตามปกติ เว้นแต่ แฟนของปิงเนี่ย มาชวนเราบอกว่าไปว่ายน้ำตอนเย็นกันกับเพื่อนของเค้า ซึ่งพระเจ้าเหอะ (ก็อยากลองว่ายดู ไม่ได้ว่ายมานานมาก) แต่ ไม ไม่บอกก่อนครับคุณท่าน จะได้เตรียมอุปกรณ์มา ตอนแรกก็กะไปเมาท์ๆ ตอนเย็นๆ เฉยๆ เพราะ ปกติเพื่อนสนิทเรากับแก๊งค์มันไม่ค่อยใส่ใจเราอยู่แล้ว (555) เราก็เลยไปหาเศษหาเลย เอ๊ย ไปหาเพื่อนใหม่ๆ บรรยากาศใหม่ๆ บ้าง พอตอนเย็น ก็นัดกันไปกินข้าวหอกลาง ก็ได้พบเพื่อนใหม่ เป็นเพื่อนของแฟนปิงอีกที เค้าชื่อ ยุ้ย แล้วก็มีสิ่งที่ทำให้เรา surprise คือ she เคยประกวด ysc.en เป็นการประกวดของ nectec จัดเพื่อแข่งเกี่ยวกับวิศวกรรม บางสาขา ซึ่งเราเคยแข่งตอนม. 5 และ she คนนี้แหล่ะที่แข่งและชนะเลิศ ได้ไปประกวดต่อที่ เมกา เชียว อะไรโลกมันจะกลมปานนั้น (ตอนนั้น คนชนะสายคอมฯ คือ พี่ซุป รุ่นพี่ร่วม mentor ของเรานั่นเอง) แต่ความแรงของ she มันอยู่ที่ she ไม่เรียนวิทย์ เพราะเบื่อแล้ว แต่ไปเรียนภาษา(เยอรมัน มั้ง) ต่อที่ธรรมศาสตร์แทน อืมๆ ความสามารถหลากหลายดี
หลังจากคุยสัพเพเหระเรียบร้อย เค้าก็ยุๆ เราบอกว่าให้ไปว่ายน้ำกับแฟนปิงเถอะ เนี่ยใส่กางเกงในลงก้ได้ (ไม่ไหวมั้งกางเกงมัน see through เกิน) เค้าบอกว่างั้นใส่กางเกงขาสั้นก็ได้ เราก็เลยอืมๆ ไปนั่งเมาท์ๆ ริมสระ อย่างเดียวก็ดูแปลกๆ ก็เลยไปเอาชุดที่ห้อง แล้วไปสระ กัน ตอนแรกไปสระยักษ์ที่ใช้แข่ง เอเชียนเกมส์ แต่ปรากดเค้าปิดเพื่อให้นักกีฬาแข่ง ก็เลยหนีไป interzone สระเล็กแทน สุดท้ายก็ได้ว่าย แฟนปิงดีใจมากๆ ว่ายกันถึงสามทุ่ม ช่วงนั้น เราว่ายไปก็หอบแหกไป (ว่ายไม่ค่อยเป็น) แถมเหนื่อยง่ายอีก เอาเหอะ คนมันไม่ค่อยได้ออกกำลัง หลังจากว่ายน้ำกันเต็มอิ่ม ก็หนีไปปั่นจักรยานกันหนุกหนานมาก สุดท้ายก็นอน ในคืนนั้นอย่างเต็มที่
วันอังคาร
นัดกับ mentor ไว้ว่าจะไปประชุม ธาลัสซีเมียด้วย เพราะจะได้รุ้จัก group ที่เค้าทำงานด้านนี้ เผื่อจะได้หาข้อมูลเพิ่มเติม + ฟังเรื่องงานเกี่ยวกับด้านนี้ เพื่อเอาไปทำเป็น senior project ของเรา ซึ่งต้องติดต่อขอข้อมูลกับนักชีวะ นักชีวเคมี พันธุศาสตร์ หมอ (อาจจะไม่ได้ติดต่อเองตรงๆ แต่อาจจะผ่าน mentor) ก็ไปประชุมที่ ม.มหิดล ศาลายา เป็นการไปศาลายาครั้งแรกในชีวิต (มั้ง) อืม ก็ใหญ่ดีนะ นั่งรถ เมื่อยเรย จากธรรมศาสตร์ รังสิต พอประชุมเสร็จ ก็ตีรถวอลโว่ไบโอเทคมาที่สวทช.พระราม 6 ปล่อยให้ mentor ไปบรรยาย เรื่องโปรเจค thalassemia แล้วเรานั่งรถกับพี่แล็บกลับ ไบโอเทคต่อไป
วันรุ่งขึ้นต้องไป หา อ.จาฯ advisor ของเราที่ภาคฯ ตอนแรกนัดไว้ว่าไปเวลา 8.30 เหมือนวันนี้ แต่ ตอนเย็น mentor โทรบอกว่า มีคนอื่นไป ที่สวทช. พระรามหกก่อน เพราะงั้นต้องออก 7.00 !!!! โอ้วๆๆๆ ชิบหายละ ตื่นสายไปไมทันแน่ (คืนนี้ไปกิน buffet นารายณ์ ที่ฟิวเจอร์รังสิตด้วย อิ่มโคตร)
วันพุธ
หลับๆ ตื่น ๆ ทั้งคืน กลัวนอนเพลิน นาฬิกาปลุกอีกทีก็ ตีห้าครึ่ง ก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำ แต่งตัว โทรปลุกแซบ กินมาม่า แล้วรีบออกไป ที่ไบโอเทค ไปถึง ก็เกือบ 7 โมง พอดี โทรไปหา mentor ปรากดว่า อีก 15 นาที ค่อยมา พอครบ 15 นาที เราก็รีบลง ปรากดว่า แซบพึ่งเก็บของ ก็รีบๆ เร่งมันให้ลงไป พอลงไป ดันติดอยู่กำแพงระหว่างลิฟต์กับด้านนอก (ระบบมันดีเกิน กันคนเข้าคนออก) ทุบประตูปั้งๆๆๆๆๆๆ จนมีคนมาพอดี เลยโชคดีไป รีบวิ่งไปขึ้นรถ
ไปถึงที่ สถาบันอวกาศ สักอย่างก่อน อยู่ม.เกษตร (ใกล้บ้านไอ้ตั๋มมาก) เพื่อให้ mentor ประชุมเรื่องเกี่ยวกับจัดซื้อหรืออะไรเนี่ยแหล่ะก่อน ตรงนั้น ร้อนมาก office อะไรของมันไม่มีแอร์ พัดลม แม่งก็พัด แต่ คนนั่งโต๊ะประชาสัมพันธ์ แย่จริงๆ ก็นั่งรอตรงนั้นกับแซปปี้สองคน ไอ้แซปก็ออกอาการทันที นอนหัวพับหัวงอ 55 เหมือนไม่ได้นอนทั้งคืนซะงั้น เราก็ไม่อยากนอนด้วย เพราะยิ่งดูน่าเกลียดเข้าไปใหญ่ นิสิตจุฬา อดหลับอดนอน มานอนก่ายๆ ตรงหน้าบ้านเค้า ก็เลยพยายามไปเดินเล่นหาอะไรกิน แล้วก็ร่าง proposal เพื่อขอทุนต่อไป กว่าจะเสร็จก็เที่ยงแน่ะ ร้อนจริงๆ
ช่วงบ่าย นั่งรถ มาถึง จุฬาฯ รถก็ติดมาก ไปถึงก็เกือบถึงเวลานัดอ.จาฯ ละ รีบกินข้าวตึกจุล (ที่ไม่ค่อยอร่อย) แล้ววิ่งไปภาคทันที ค่อยได้ประชุมกับอ.จา mentor เราให้เรากับแซป present โปรเจคที่จะทำกันเอง เริ่มด้วยแซป ก็อึกอักๆ ตามประสา เพราะยังไม่ค่อยชินกับ project มากนัก เลยยังเรียงคำพูดไม่ค่อยได้เท่าไร อ.จา ฟังไปก็ขิ้วขมวดไป (เหมือนกับตอนที่ฟังเราพูดน่ะแหล่ะ เหอๆ) ข้อสงสัยอ. คงมีมากมายนัก เหอๆ จนสุดท้ายต้องให้ mentor พูดให้ฟังเอง ซึ่งตอนเค้าพูดโปรเจคเราให้อ. ฟัง เค้าก็เพลิน จน พูดแทนไปหมด ท้ายสุด อ.ก็บอกว่า mentor เราใจดีไป น่าจะดุๆ กว่านี้ (กลัวเรากับแซปเคยตัว ให้คนอื่น prseent ให้ตลอดละมั้ง เหอๆ) พอจบก็นั่งรถ กลับมา อย่างเหนื่อย สลบไปเลย กลับถึงที่นั่น กินข้าวเย็น แล้วก็รีบนอนทันที
วันพฤหัส
วันนี้ได้ อยู่ที่ไบโอเทคเสียที ก็ทำงานทั้งวัน ตอนเย็นไปกินข้าวกับพวก jstp ระยะยาว ที่ถูกสอบสวน เหอๆ กินเสร็จกลับมาทำงานต่อ ปรากด เพื่อนรักของเรา ไปกินหมูกระทะ กันหมด แถมไม่ทิ้งอะไรให้เราเข้าห้องได้ เราก็นัดกับยุ้ย (เพื่อนแฟนปิง 555) ไว้เพื่อไปวิ่ง แต่ยุ้ยก็มาดึกอยู่แล้ว พอไปถึง เราก็พยายามโทรคุยกับ mate เพื่อนรักเราก็บอกว่า ขอกุญแจยามเข้าห้องไปก่อน ก็ทนร้อนนิดหน่อย แล้วรีบหนีไปวิ่ง พอกลับห้อง mate ที่น่ารักของเราก้อรีบขอโทษใหญ่ จริงๆ เราไม่ได้โกรธ ขนาดนั้นหรอก แค่อารมณ์เสีย ว่ามันโทรติดต่อกันไม่ได้ ทางนู้นสัญญาณไม่ดีที ทางนี้ ที แบตเราก็จะหมด ก็เลยหงุดหงิดเฉยๆ กลายเป็นคิดว่าเราปิดมือถือหนี เพราะงอนซะงั้น
วันศุกร์
ปั่น proposal สุดชีวิต ทั้งวัน รีบส่งให้อ.จาฯดู แล้วก็กลับบ้านแล้ววันนี้ เย้
จบข่าว การตะลอนสี่มหาลัย (มธ.-มหิดล-จุฬาฯ-เกษตร) April 22 ค้นหาอาวุธเอกให้เจอตั้งชื่อ blog นี้ ดูซ้ำๆ กับ ของไอ้แซบ เคยบ่นๆ นะ
แต่ก็อยากบ่นเรื่องนี้อีกรอบ
ก่อนอื่น ก็ขอให้เพื่อนเอ็ม หายไวๆ อย่าอู้งาน มาก เดี๋ยว Reuter ไล่ออก 555
ส่วนไอ้แซบ ฉันอัพบล็อก ตาม request แล้วหนา ไม่ต้องบ่น
จริงๆ มีเรื่องที่น่าจะอัพ ก่อน คือ การ present งานและเข้าค่าย JSTP แต่ น้องๆ เพื่อนๆ ที่ไป ได้ บ่นกันไปในบล็อกอื่นๆ แล้ว ถ้าใครอยาก อ่านคร่าวๆ ก็ไปอ่านที่บล็อก น้องปีศาจ (เชาวววววววววววววววว์)
วันนี้ ได้ไป เข้าร่วมงาน Techday ของ blognone ดูได้ที่นี่ http://www.blognone.com/node/1982
ไปกับพี่รหัส (พี่รหัสชวนไป) ไอ้แซปปี้ ไม่ยอมไป น้องชา ไม่ว่าง
ไปถึงก็ได้ เจอ น้องฟรอยด์ กับไอ้จ้อน จากค่ายคอมฯโอฯ ที่ไม่ได้เจอกันนาน ได้ทักกัน ทีสองที เหอๆ
ไปถึงตึก ภาควิศวคอมฯ ของเค้า รุ้สึกได้ ว่า ทำไมภาคช้านไม่มีแบบนี้บ้างฟระ คือ มันหรูหรามากเลยนะ อารมณ์ เหมือนตอนไปเยี่ยมภาควิศวคอมฯ ที่ ลาดกระบัง เหมือน สี่ปีก่อน อาจจะเพราะ จุฬาฯ อยุ่กลางเมือง เลยขยับขยายยากละมั้ง
ใจนึงก็เคยคิดว่า เพราะภาคเรา ตอบโจทย์ คนอยากเรียน com sci หรือคนเข้าใจว่าตัวเองเหมาะกับ com sci ยังไม่ดีละมั้ง ทำให้ คนเข้ามาแล้วซิ่วออกไปเยอะ (ส่วนนึงเพระหนีไปวิศวะน่ะ บางส่วนก็เป็นคนมีคุณภาพมากๆ) แอบเคยคิดกบฎ 555 ว่า ถ้าแยก com sci มาเป็นภาค คงจะดีกว่ารวมกับ คณิตศาสตร์แบบนี้ เรื่องนี้เป็นการเมืองมากๆ มีโอกาส ไว้ถกหลังฉากดีกว่านะ เหอๆ
เข้าเรื่องต่อ การสัมมนาวันนี้ คนมาบรรยาย ก็เป็นพวก developer เสียส่วนใหญ่ ซึ่งเก่ง ภาษา framework ต่างๆ กันไป แต่ละคนก็จะมีอาวุธเอกของตน เช่น .NET, Java, Rails บางคนก็ชอบ Linux , Windows ตามแต่ใจรัก (แต่สังเกตว่าส่วนใหญ่เค้าก็ แนะนำ linux, unix กัน ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ก็แนะนำได้แค่พวก เรียนคอมฯด้วยกัน ยังไงๆ เราก็คิดว่า มันเล่นยากกกกกกกกกกก สำหรับ user ทั่วไป อารมณ์ ประมาณ "ทำไมใช้ usb ฉันต้องมานั่ง mount" ถ้าเทียบกันแล้ว Mac OS น่าจะเป็นประสบการณ์ในการใช้สำหรับ user ที่ดีกว่า
คนเหล่านี้ เค้าทำ app เป็นมืออาชีพมากๆ ประสบการณ์ก็มาก เท่าที่เราเดา คิดว่า คนเหล่าน้หลายคนไม่ได้เรียนต่อในสาย com ที่สูงๆ (น่าจะสูงแค่โท ส่วนใหญ่) แต่ หลายคนก็ทำเงิน และประสบความสำเร็จในอาชีพได้มากมาย เหมือนกัน (อยู่ที่กึ๋น)
ขอนินทาหน่อย รุ้สึกบรรยากาศในนั้น เหมือนอยู่ใน ห้องไซโค อีกครั้ง (อารมณ์เหมือนเข้าค่ายโอฯ) คือ มีคนมากหน้าหลายตา หลายคนหน้าประหลาดๆ ดู nerd ๆ (ไม่รวมตัวเรานะ ไม่ต้องแอบคิด) แบบตัวผอมๆ แห้งๆ วันๆ นั่งหน้าคอมฯ ใส่แว่น พูดไม่รุ้เรื่องก็มี แต่หลายคนดู ภูมิฐาน พูดเก่งก็เยอะเหมือนกันอ่ะ
พอได้ฟังเค้าพูด บางคนก็พูดดี บางคนก็น่าง่วง จนหมด ก็เกิดแรงบันดาลใจ (อีกแล้ว) ในการจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตอนนี้ ไอ้แรงบันดาลใจมันชักเยอะเหมอืนไฟสุม เหอๆ ทำให้เกิดอาการ "งง" ว่าจะเริ่มศึกษา หรือเรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากอันไหนดี รุ้สึกมันเยอะไปหมด จริงๆ ใจนึงก็รู้สึก ไซโค เวลาเจอคนเก่งกว่าหรือ น้องเก่งกว่า (เช่น น้อง ช เป็นน้องภาค 555 ขอไม่ออกนาม) แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกตื่นเต้น ที่ได้เจอคนเก่งๆ ได้รุ้จักคนเก่งๆ ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก
(น่าสังเกตอีกอย่างว่า ในห้อง เป็นผู้ชายส่วนใหญ่ ทำไม ผู้หญิงไม่หันมาเป็น developer กันบ้างนะ น่าทำวิจัยเรื่องนี้จัง เหอๆ)
จริงๆ จุดนี้ นับเป็นข้อดี อันดับต้นๆ ในตัวเราละมั้ง (ชมตัวเองซะงั้น) ที่ชอบจะเรียนรู้ อย่างไม่จบสิ้นซะที จริงๆ ก็เหมอืนเราวิ่งตามอะไรใหม่ๆ หรือคนเก่งๆ ตลอด แต่จริงๆ มองอีกแง่ ก็ทำให้เราได้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่รุ้ตัว และไม่รุ้ตัว แต่บางทีก็เกิดอาการเหนื่อยล้าได้
จริงๆ อาวุธเอก ที่หมายถึง คงไม่ใช่ ภาษาในการเขียนโปรแกรมดีๆ แต่เป็นวิธีการพัฒนาตัวเองแบบดีๆ มากกว่า แต่ละคนก็มีจุดแข็งต่างกันไป ในสังคมแข่งขันแบบนี้ แต่ละคนก็ต้องสู้ เต็มที่ เพื่อชีวิตที่ดีของตัวเองล่ะนะ
อีกหนึ่งปีสุดท้ายของชีวิตป.ตรี คงต้องใช้มันเต็มที่ กับการเรียน และ project หวังว่า จะมีอะไรดีๆ สำเร็จๆ เกิดขึ้น
แถมท้ายด้วยวิชาที่คาดว่าจะลงเทอมนี้
SEMINAR
PROJECT PROPOSAL TPL สามตัวนี้บังคับ
ส่วนตัวเลือกก็มี
ADV DAT STR วิชานี้อยากเรียน พอควร + ถูกอ.ชักชวนอย่างหนัก 555
OO วิชานี้ก็อยากเรียน อ.พีฯ สอน น่าจะดีนะ (ขอดูแนว กับหลักสูตรก่อน)
PHYS EVERDAY LIFE กะลงเป็น เลือกคณะ (ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้จะชนกับ soft testing ก็คงไม่ลงตัวนั้นอยู่ละ)
ตัวที่ยังไม่แน่ใจ ก็มี
Image Processing น่าเรียนเหมือนกัน แต่ดูก่อน
Logic Func Prog มันตารางเรียนน่าเกลียดอะ
ตัวที่คิดว่าไม่เรียนแหง
Comp Ethics หลับชัวร์
Soft Proj Mgmt งานน่าจะเยอะ แถมเวลาก็ไม่ค่อยดีให้ลง
|
|
|