Thanet's profileFiboKnackyPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 11

    Kansai Trip Part 3 (Final 2)

    ใครที่ยังไม่ได้ดู ไฟนอล พาร์ทแรก ก็ย้อนไปดูก่อนนะครับ ที่ http://knacky117.spaces.live.com/blog/cns!24672031C6DF122B!1226.entry (พึ่งสังเกตว่ารูปวัดพลับพลาทอง หรือ คินคาคุจิ มันติดไปบล็อกก่อน อ่า ขี้เกียจแก้ เอาเป็นว่า เนื้อหาอยู่บล็อนี้นะ)

    วันที่ 5 (Thu 26) Kyoto (Final day) 

    และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของการเดินทางครั้งนี้ (คนอัพบล็อกก็เหนื่อย) ธีมวันนี้คือวัด อย่างเดียวฮะ เพราะที่เกียวโตมันมีแต่วัดที่น่าเที่ยว กลางคืนเค้าก็ปิดร้านซะส่วนใหญ่ จะหาแบบโตเกียวไปเที่ยวกลางคืนนั้นไม่มี แต่ก่อนที่จะได้ไปนั้น ก็มีเหตุอันให้ต้องเลทอีกแล้ว เนื่องจากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อรพีอาบน้ำเสร็จแล้วมาบอกเราต่อว่า เนี่ยมีน้องผู้ชายฝรั่งคนนึงขี้อายรอให้รพีอาบเสร็จก่อนค่อยเข้าไปในห้องอาบน้ำ เราก็ หรอๆ ไม่คิดอะไร ตอนนั้นหยิบผ้าเช็ดตัวเตรียมไปอาบเต็มที่ ไปถึง เปิดประตู!!! อ่าว เอ๋ มันล็อก เฮ้ยล็อกได้ไง ห้องน้ำรวมนะว้อย ฝักบัวมีเป็นสิบ แกเล่นอาบคนเดียวเรอะ เลยไม่พอใจคนกำลังรีบ เขย่าๆๆ เคาะๆ ประตูเรียก ปรากฏมีน้องคนนั้นที่รพีว่ามาจริงๆ นุ่งผ้าเช็ดตัว แบบตัวเปียกๆ เดินมาเปิดประตู ทำหน้าน่าสงสาร ถือแชมพูใครไม่รู้คนนึงที่เค้าลืมไว้ (ซึ่งไม่ใช่ของพวกเรา) มาทำท่าทำทางว่า นี่ของคุณหรือ เราก้อบอกว่าไม่ใช่ เห็นท่าทางแล้ว ยังไงเค้าก็จะอาบคนเดียวแน่ๆ เราเลยสงสารซะงั้น ปล่อยให้มันล็อกอาบให้เสร็จๆ ซะ ระหว่างรอ ก็รู้สึกว่าไอ้นี่ช้าเว้ย เกือบเคาะอีกรอบ ก็เปิดมาพอดี

    ว่าแล้ว เราก็เริ่มทัวร์เก้าวัดกันจริงๆ ซะที (ตอนแรกกะทัวร์อย่างนั้นจริงๆ นะ) แต่คราวนี้ ที่ทำไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเราเลทอย่างเดียว (เลทน่ะ ก็เพราะน้องคนนั้น) แต่เพราะเราเจอสภาพกทม. ที่นี่ครับ รถติดฉิบเป๋ง เนื่องจากที่นี่เค้าไม่ใช่รถไฟฟ้ากันครับ เพราะไปไม่ทั่ว วัดมีเป็นหลายสิบ แต่รถไฟ มีแค่ไม่กี่สถานี ไม่ทั่ว แน่ๆ มีสองวิธีให้เลือกคือ จักรยาน กับบัส แต่จักรยานเรากะกันแล้วว่า ตายแน่นอน ขาลากก่อนได้ชมวัด เพราะไม่ได้ใกล้กันขนาดนั้นอ่า บางที่ มันห่างกันไกลมากๆ เราเลย เราเลยต้องขึ้นบัส แล้วก็เจอสภาพที่ว่า แถมบัสน่ะ แม้จะตรงเวลา (ดูเหมือนจะดีกว่าไทย) แต่ ความถี่น่ะมันก็น้อยมากกก ทำให้บางทีไปบางวัด เสร็จ ก็ต้องรอแหง่วกันไป สิบห้านาทีบ้าง ยี่สิบนาทีบ้าง กว่าจะเสร็จ เลยได้ไม่กี่วัด

     DSC05576DSC05585 DSC05577 DSC05579 DSC05597 DSC05591 DSC05595 DSC05596 DSC05603

    เริ่มจากวัดแรกที่ไป อย่างในรูป สีสันสวยงามคือวัดพลับพลาทอง หรือคินคาคุจิ อันโด่งดัง ทำเลเค้าดีมากๆ มีทะเลสาบข้างใน ใสอย่างกับกระจก (โปรดสังเกตว่าวันนี้ เราสามคนนัดกันใส่เสื้อสีไฟจราจรโดยไม่ได้นัดหมาย) จากนั้นก็ไปถ่ายรูปๆ ต่อ คือการเที่ยวแต่ละวัดเนี่ย มันไม่มีอะไรเลย เสียเงินแพง แบบสี่ร้อย ห้าร้อย เพื่อเดินรอบๆ ดังนั้นเที่ยววัดก็แอบเปลืองนะ แต่ก็เอาเหอะ เพื่อความบันเทิง และพักผ่อนหย่อนใจ ก็ยอมเสียๆ มาแล้วไม่เข้าได้ไงละ จริงมะ เสร็จจากวัดนี้ ก็ไปที่สวนหินแบบเซ็น (จำชื่อไม่ได้ เอาเป็นว่าชื่อนี้ไปก่อน เหอๆ) สวนนี้มีประวัติว่า มีคนคิดมันขึ้นมา ถามว่า มีความหมายอะไร บอกว่าให้เพ่งกันเองจะรู้ ก็สรุปแล้ว แล้วแต่คนจะตีความว่ามีความหมายอะไรนะครับ แต่นั่งดูแล้วก็สงบดี ร่มรื่นน่านอนมากๆ หลังจากนั้นก็เดินรอบๆ สวน สระ เขา แล้วก็ไปกันต่อ เพราะเลยเที่ยงแล้ว

    DSC05606DSC05623DSC05616 DSC05621 DSC05629 DSC05645 DSC05642 DSC05643

    เสร็จจากตรงนั้น ก็มุ่งหน้าไปต่อที่วัดพลับพลาเงิน หรือ กินคาคุจิ เป็นวัดที่ชื่อคล้ายวัดแรกที่เที่ยว แต่ความสวยนั้นรุ้สึกจะไม่เท่าไร แต่ก็เอาเหอะ ชิวๆ ก่อนไป ก็แวะกินโซบะ ง่ายๆ แถวนั้นก่อนขึ้น เพราะไม่ไหวแล้ว หิว เลยเที่ยงมานาน กินโซบะ ชื่อ คินคาคุจิโซบะ (ถ้าจำไม่ผิด) เป็นโซบะที่มีแต่แป้ง กับผัก ดีจริงๆ แล้วก็ปีนขึ้นเนินกันต่อไปถึงวัด เดินดูรอบๆ วัดนี้จะใหญ่สักหน่อย มีสวนรอบๆ มีหลายอาคาร ดูเอากันตามรูปนะครับ ระหว่างเดินทางกลับลงมา ก็เจอคนไทยที่เกียวโตด้วย ตอนแรก เราก็ว่าละ ว่าสองคนนี้ หน้าแอบไทย แถมคุยโทรฯ พูดญี่ปุ่น ไม่ชัดมาก จากนั้นก็ไปที่วัด นันเซนจิ ที่เพื่อนกวางบอกมาว่าน่าไป แต่ปรากฏว่าเราไปถึงตรงนั้นแล้วมันเป็นหมู่ตึกมากๆ ไม่รู้ว่าอันไหน ถึงเรียกว่านันเซนจิ ที่เพื่อนแนะนำ เลยดูเอามั่วๆ ละกัน เวลาก็จะหมด วัดก็จะปิดละ เลยดูตามหอคอย ตามอะไรไปตามอัธยาศัย

    DSC05648DSC05653 DSC05658 DSC05664 DSC05674 DSC05665 DSC05685 DSC05680

    สุดท้ายของวันนี้ เราก็ไปกันที่วัด คิโยะมิซึ (แปลว่าน้ำสะอาด) เป็นวัดขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามมาก และที่ไปที่สุดท้ายเพราะมันปิดดึกกว่าชาวบ้าน เลยเลทๆ มาดูได้ ไปถึงแล้วก็มีแค่บางส่วนที่เค้าปิดไปแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังเปิด มีเจดีย์ สิ่งปลูกสร้างสีสวยๆ มากมาย ระหว่างที่เราชมวิว เกียวโตยามเย็น มีเกียวโตทาวเวอร์ด้วย ก็เห็นเส้นสาย บนท้องฟ้าเหมือนเครื่องบินไอพ่น แต่พวกเพื่อนๆ เราที่เหลือ ตื่นเต้นกันใหญ่ บอกว่าดาวตกหรือเปล่า หรืออุกกาบาต (เพื่อนๆ ฮะ แบบนี้ ที่ไทยก็เห็นบ่อย) บางคนถึงขั้นจะโทรกลับไทยเพื่อถามข่าว โลกแตก (ทำกันไปได้ เหอๆ) หลังจากเพ้อกันเสร็จ 555 ก็เดินลงมาอีกขั้นนึง เพื่อมากินน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เค้าว่ากันว่ากินแล้วจะฉลาดขึ้นอีกร้อยเท่า เรียนประสบความสำเร็จ !!! มีไหลมาสามสาย กระบวยตักน้ำ กรองยูวี กันเชื้อ ด้วย เราเลย ล่อมันสามสายเลย จะได้ฉลาดอีกสามร้อยเท่า !!! (เรื่องฉลาดอีกกี่เท่านี่ โม้เองอ่ะ จริงๆ เค้าแค่ว่าฉลาดขึ้นเฉยๆ)

     DSC05696DSC05698DSC05702DSC05700DSC05715DSC05707 DSC05716DSC05723DSC05719 

    เสร็จจากนั้นเราก็กลับเข้าตัวเมืองอีกรอบ เพื่อรอรถกลับโตเกียว แต่ตอนนั้นมันแค่ทุ่มกว่าสองทุ่มเองอ่า เราต้องขึ้นรถห้าทุ่ม ทำไรดีเนี่ย เลยเดินเล่นเอาแถวนั้นเลย มีบรรยากาศเมืองเก่า ๆ ให้เดินมากมาย มีของขายตามสไตล์ แล้วปัญหาสุดท้ายก็คือเราจะปิดท้ายทริปอันสุดประทับใจนี้ ด้วยอาหารอะไรดี มีการเลือกกันหลายอย่าง ตั้งแต่ ตระกูลข้าวผัดปู พวกเส้นๆ (อีกแล้วเหรอ) ข้าวหน้าปลาดิบที่น่ากิน หรือ หน้าปลาไหล !!! ที่ทริปนี้เรายังไม่เคยได้ลอง (ไม่เคยกินแบบเต็มๆ ตั้งแต่มาญี่ปุ่น) สุดท้ายก็ไปลงเอยที่ร้านเก่าๆ หน่อย เป็นร้านข้าวหน้าปลาไหลนั่นเอง ความอร่อยนั้นสุดจะบรรยายครับ ผมเลือกชุดที่ใหญ่หน่อย ราคาสองพันเยน เพื่อลิ้มรสมันเต็มๆ ที่ ปลาไหลที่เค้าว่ากินหน้าร้อนอร่อยสุด (บางคนว่าที่เค้าโปรโมทงั้น เพราะไม่มีคนกินแล้วปลาเสีย เหอๆ แล้วแต่จะเชื่อ) แต่ที่เราทำพลาดก็คือ ไปใส่เครื่องปรุงที่เค้าว่าเป็นสไปซี่ แต่กินเข้าไปแล้วลิ้นชา!!! ล้อเล่นน่า ลิ้นชา ตอนจะกินของอร่อยเนี่ยนะ แถมใส่ไปเยอะด้วย เพราะ กลิ่นคล้ายๆ พวก มะกรูด มะนาว นึกว่าจะอร่อย โอย ซวยๆ แต่กระนั้นก็ยังลิ้มรสความนิ่มนวลของเนื้อปลาได้อยู่ดี เพียงแต่เสียดาย กว่าจะได้กินทีนึง เหอๆ กินไป แอบเมาๆ ด้วย ไม่รู้มันเป็นพวกกัญชา ปาวหว่า เสร็จจากนั้นก็ไปเดินเที่ยว เตร็ดเตร่อีกหน่อย แล้วก็ไปรอบนห้างบนสถานี เดินเที่ยวๆ จนง่วงได้ที่ แต่ทุกคนจงใจไม่ยอมหลับก่อน เพราะกลัวขึ้นรถแล้วหลับไม่ลง สุดท้ายก็ได้เวลาขึ้นรถเย้ ขึ้นรถก็ได้หลับอย่างสบายเลย เพราะบริษัทนี้ รถกว้างกว่ามาก แถมเราเหนื่อยกันมากๆ หลับยังไงก็หลับได้ เป็นการปิดฉากทริปอันน่าประทับใจนี้ ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ร่วมเดินทาง สร้างความสนุก โดยเฉพาะรพี ที่ช่วยจัดการเรื่องรถรา วางแผนเที่ยว ฯลฯ แล้วพบกันใหม่กับทริปหน้านะคร้าบ

    DSC05720DSC05735DSC05733

    Kansai Trip Part 3 (Final 1)

    สืบเนื่องจากสัปดาห์ก่อนยุ่งสุดขีด อีกครั้ง แถมป่วยด้วย เลยไม่ได้อัพบล็อกอย่างที่ตั้งใจ สัปดาห์ละอันนะครับ ระหว่างที่อัพเดทบล็อกนี้ ก็ได้ไปงานโตเกียว มอเตอร์โชว์มาแล้ว มีพริตตี้สวยๆ น่ารักๆ มากมาย รถก็จ๊าบ ไว้ถ้ามีโอกาส (ไม่รุ้เมื่อไร) อาจจะนำมาลงให้ชมกันครับ

    ปล. เนื่องจากรู้สึกว่ารูปบล็อกนี้มันเยอะแล้ว ขออนุญาต แยกไปเป็นสองพาร์ทนะครับ แต่อัพไล่ๆ กันนี่แหล่ะ

    วันที่ 4 (Wed 25) OSAKA - Nara 

    ในวันนี้ หลังจากที่เพื่อนเราสองคนกลับไปก่อนแล้ว คณะที่เงียบเหงาของเราก็กินข้าวเช้าที่ยูสฯ เหมือนเดิมแล้วก็ชิวๆ เตรียมตัวออกไปอควอเรียม พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่น่าดูอีกแห่งนึง รวมถึงชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุด (ในญี่ปุ่น?? ในจังหวัดนี้???) สักอย่างด้วย เนื่องจากมีกันน้อยคน ทำอะไรก็คล่องๆ ง่ายๆ ออกเดินทางตามรถไฟไปเสร็จแล้ว ก็ลงมา เจอไปรษณีย์ก็เบิกเงินกันตามอัธยาศัย และแล้วก็มาถึงที่พิพิธภัณฑ์ อย่างที่เห็นในรูปนะครับมีภาษาไทยให้ด้วย ดีใจจัง ที่นี่ชื่อว่าไคยูคังนั่นเอง

    DSC05276 DSC05278 DSC05297 DSC05287 DSC05311 DSC05299 DSC05300DSC05313 DSC05338

    ในนั้นก็มีปลา ปู เต่า ตัวนาก ฯลฯ บรรยายไม่หมด เอาเป็นว่าดูรูปแล้วกันนะครับ มันแอบถ่ายยากตรงที่ บางตัวมันเคลื่อนไหวเร็วมาก ถ่ายแล้วรูปเบลอ อยู่ดี ก็ดูตามมีตามเกิดนะครับ มีตัวนึงที่น่าสนใจมากคือแมวน้ำพันธุ์หนึ่ง น่ารักมากๆ เสียดายจริงๆ ที่ถ่ายรูปแล้วมันไม่ชัด ถ่ายแล้วมันเป็นสีกระจกเขียวๆ อ่ะ ที่ว่าน่ารักก็เพราะ วันๆ ไม่ทำอะไรครับ จินตนาการว่า มันเอาพุงหงายขึ้นมา ตีกรรเชียง วันๆ ก็ เอามือ (ขาหน้า) มาตีน้ำเล่น ตีพุงเล่น สักพักก็ทำท่าซิทอัพ เอาขาล่างขึ้นมาหาพุง แล้วที่สำคัญมันชอบ ถูแก้มตัวเองเล่นมากๆ เลย เห็นแล้วรุ้สึกว่า ทำไมชีวิตมันชิวจังเนี่ย ไม่ต้องทำไร วันๆ ทำแค่นี้ แล้วก็รอกินข้าว ที่คนส่งไปให้ นอกจากนั้นก็มีลิง มีเพนกวินหุ่นยนต์ (มันจะเดินจากจุด A ไปจุด B แล้วก็เดินกลับ ซ้ำๆ หลายรอบ ตลกมาก ไม่รุ้มันเป็นของจริง หรือใครเซ็ทโปรแกรมไว้ ตลอดระยะเวลาที่เราดูมัน มันเดินไปเดินมาแค่นี้จริงๆ) เพนกวินบางตัว ก็ไปยืนออ กันตรงที่น้ำแข็งตกๆ จากเพดาน

    DSC05346 DSC05355 DSC05363 DSC05379 DSC05366 DSC05361DSC05411 DSC05398 DSC05400

    แล้วก็มีปลานีโม่ สีสวยๆ ปลาโลมา มีฉลาม มีปลาตัวยักษ์ แต่ท่าทางจะสุขภาพไม่ดี ต้องกางมุ้งให้ตัวเดียว ปูที่กำลังลอกคราบ (น่ามาทำปูผงกระหรี่จริงๆ) แมงกะพรุน หลังจากที่ดูกันเสร็จแล้ว ก็ไปหาอะไรกินในห้างติดๆ กันนั้น กินร้านอุด้ง หลังจากที่ตั๋มอยากจะกินมานาน เราก็กินโซบะฟองเขียวๆ กับข้าวหน้ามากุโร่บด เสร็จแล้วก็ขึ้นไปชิงช้าสวรรค์กัน ระหว่างนั้นมีฝนตกพรำๆ นิดหน่อย เห็นวิวแล้ว รู้สึกว่า กลางคืนน่าจะสวยกว่า เพราะคงมีแสงระยิบระยับแน่ๆ

    DSC05437 DSC05414 DSC05424 DSC05442 DSC05439 DSC05450

    เสร็จจากนั้น ก็นั่งรถไฟข้ามเมืองไปยังที่หมายถัดไปกัน นั่นคือเมืองนาระ เมืองแห่งวัด ไปถึงยูสโฮสเทล ที่นี่ แอบโมเทลเล็กน้อย เค้าถามว่า จะนอนด้วยกัน ชายหญิงหมดเลยไหม ห้าคน พอดี เพราะไม่งั้นต้องแยกไปนอนกับชาวบ้านไม่รู้จัก เราก็เลยยอมนอนห้องเดียวกันไปเลย เพราะกลางคืนจะได้เมาท์แตก เสียงดังได้ เสร็จจากนั้นก็ไปวัดโทไดจิ (เนื่องจากไปกันเลท เวลาไม่มี เลยได้ดูวัดเดียวอีกแล้ว) เป็นวัดใหญ่สุดในนาระ ก็สวยแบบคลาสสิก แถมมีกวางอยู่แถวนั้นเต็มเลย แอบลูบหลังมันเล่นได้นิดหน่อย บางตัวมีเขา ก็ไม่ค่อยอยากยุ่ง เดี๋ยวมันขวิด เหอๆ ในศาลาของเขา ก็มีพระพุทธรูปที่น่าเลื่อมใสมากประดิษฐานอยู่ ดูสงบดี ก็เดินกันดูรอบๆ ในศาลา มีรูปปั้นเทพเจ้า ด้วย แล้วก็มีของที่ระลึก ที่ทำเป็นสํญลักษณ์กวางอยู่มากมาย น่ารักๆ

    DSC05481 DSC05482 DSC05487 DSC05464DSC05467 DSC05460 DSC05491DSC05504 DSC05497 DSC05529

    เสร็จจากตรงนั้น เราก็เดินกันเตาะแตะ ไปตามทางเพื่อไปงานเทศกาลสักอย่าง มีโคมไฟล้อมรอบทะเลสาบ ระหว่างนั้น ตั๋มก็ซื้อไอติมกิน ปรากฏว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีกวางสองตัวเดินมา แล้วมันทำตัวแบบหมา!!! คือ พยักหน้า ผงกหัว จะขอกินไอติมบ้าง โอ้ เกิดมาไม่รุ้ว่า กวางมันทำแบบนี้ได้อ่า ตอนแรกก็ตักให้มันกิน ด้วยความทุลักทุเล แต่คนในร้านของชำข้างๆ เค้ามาบอกว่า อย่าให้กินอาหารคน เดี๋ยวท้องมันไม่ดี มันก็เลยอดไป ขนาดเดินหนี มันยังเดินตามเลย เหอๆ เมื่อเดินไปถึงงานเทศกาล ที่เต็มไปด้วยคน (แต่ก็น้อยกว่าโตเกียวมาก) สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คืออาหารที่รายรอบขายอยู่ เราก็ไปเดินซื้อของคันไซกิน ด้วยความเชื่อว่ามันจะอร่อย แล้วส่วนใหญ่ก็อร่อยอย่างที่คิดแหละครับ มีเจ้านึง ขายไก่ชิ้นแบบตักตามใจชอบ รพีก็โดนหลอกไปเรียบร้อย เหอๆ เพราะไก่มันโคตรจะเย็นชืดเรย มันทอดมานานมากๆ แล้วนี่เอง นอกนั้นก็อร่อยดี พวกเครปใส่ไข่ดาว เฟรนช์ฟราย ไส้กรอก ฯลฯ เสร็จแล้วก็มานั่งดูเทศกาล ซึ่งไม่มีอะไรมาก ล่องเรือมีคนนั่ง เป็นสาวบริสุทธิ์ อะไรทำนองนั้น ตำนานเค้าก็มีแหล่ะ แต่ลืมละ เอาเป็นว่า ดูเพลินๆ พอ สุดท้ายก็เดินออกมา ดูของที่ระลึกตามร้าน ผ่านร้านโมจิ ชาเขียว อร่อยมากมาย ส่วนเราก็ซื้อที่ใส่ข้อมือมาอันนึงเป็นคันจิเขียนว่า 勝 แปลว่า "ชนะ" เป็นการเอาฤกษ์เอาชัย ว่าชีวิตนี้ของเราต่อไปจะชนะตลอดไปนะคร้าบ มีอีกหลายลายมากมาย เช่น ที่หนึ่ง, ลมเทพเจ้า (คามิคาเซ่) ฯลฯ ก็ได้ของที่ระลึกไปฝากกันคนละ สองสามอย่าง เสร็จแล้วก็กลับที่พักครับ ไปถึงก็ไปแช่น้ำร้อน (ตามเคย) ตอนกลางคืนไม่มีคนเลยได้แช่กันส่วนตัว สามคน เหอๆ แล้วก็มาเล่นเกมกระดาน โดเรมอนกันต่อ แต่เนื่องจากคู่มือมันหายไปแล้ว เลยเล่นกันแบบมั่วๆ มาก เดาๆ เอาตามมีตามเกิด แล้วก็เข้านอนกัน

    DSC05532 DSC05535 DSC05551 DSC05553DSC05570DSC05572